เอาล่ะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษให้ลูกฟรี! บอกเลยว่าทำเองกับมือทุกขั้นตอน เริ่มจากศูนย์จนลูกพูดได้คล่องปรื๋อ (โม้ไปงั้นแหละ แต่ก็ดีขึ้นเยอะจริงๆ นะ!)
เริ่มแรกเลยคือเราเป็นพวกงก… เอ้ย! ประหยัด ก็เลยไม่อยากเสียเงินค่าคอร์สเรียนแพงๆ ลองหาข้อมูลในเน็ตดู ก็เจอแหล่งเรียนฟรีเยอะแยะมากมาย แต่จะเอาอะไรให้ลูกเรียนนี่สิ ปัญหา! เลยเริ่มจากการ ปูพื้นฐาน ให้ลูกก่อนเลย หาพวกเพลง ABC ง่ายๆ ใน YouTube ให้ฟังทุกวัน เปิดวนไปวนมาจนลูกร้องตามได้ อันนี้สำคัญมาก เพราะมันทำให้เค้ารู้สึกว่าภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุก ไม่น่าเบื่อ
พอเริ่มคุ้นเคยกับเสียงภาษาอังกฤษแล้ว ก็เริ่มหา เกมส์ ง่ายๆ ให้เล่น พวกเกมส์จับคู่คำศัพท์กับรูปภาพ หรือเกมส์ทายคำศัพท์ อะไรแบบนี้ ลูกชอบมาก เล่นไปเรียนไปแบบไม่รู้ตัว แล้วก็เริ่มหา นิทาน ภาษาอังกฤษง่ายๆ มาอ่านให้ฟังก่อนนอน แรกๆ ก็อ่านให้ฟังเฉยๆ หลังๆ มาก็ชวนลูกอ่านตามทีละคำสองคำ เค้าก็สนุกดีนะ ทำเหมือนเล่นเกมส์ไป
ทีนี้พอเริ่มรู้สึกว่าลูกเริ่มมีพื้นฐานบ้างแล้ว ก็เริ่มมองหา แอปพลิเคชั่น เรียนภาษาอังกฤษฟรีๆ ในมือถือ มีเยอะมากกกก! ลองโหลดมาให้ลูกเล่นหลายๆ อัน แล้วดูว่าเค้าชอบอันไหน บางอันเน้นเกมส์ บางอันเน้นสอนไวยากรณ์ ก็เลือกอันที่เหมาะกับลูกเราที่สุด ที่บ้านเราลูกชอบเล่นเกมส์ของ Duolingo มาก เล่นไปเล่นมาก็ได้คำศัพท์เยอะเหมือนกัน
นอกจากนี้ เราก็พยายาม แทรกภาษาอังกฤษเข้าไปในชีวิตประจำวัน ของลูกด้วย อย่างเวลาทำอาหาร ก็สอนเค้าเรียกชื่อผักผลไม้เป็นภาษาอังกฤษ เวลาแต่งตัว ก็สอนเค้าเรียกชื่อเสื้อผ้า เวลาเล่นของเล่น ก็สอนเค้าเรียกชื่อของเล่น อะไรแบบนี้ ทำไปเรื่อยๆ ให้เค้าซึมซับภาษาอังกฤษแบบไม่รู้ตัว
ที่สำคัญอีกอย่างคือ เราต้อง เป็นตัวอย่างที่ดี ให้ลูกด้วย ถ้าเราอยากให้ลูกเก่งภาษาอังกฤษ เราก็ต้องขยันเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยเหมือนกัน เราก็เรียนไปพร้อมๆ กับลูกเลย บางทีก็ดูหนัง ฟังเพลงภาษาอังกฤษด้วยกัน แล้วก็ชวนลูกคุยเรื่องที่เราดูที่เราฟัง (ถึงแม้จะคุยกันไม่รู้เรื่องก็เถอะ! ฮ่าๆ)
ช่วงหลังๆ มานี้ เราเริ่มสนใจพวกคอร์สเรียนออนไลน์มากขึ้น เพราะรู้สึกว่าลูกเริ่มโตขึ้นแล้ว ต้องการอะไรที่มันเป็นระบบมากขึ้น ก็ลองหาข้อมูลดู ก็เจอหลายที่ที่น่าสนใจ แต่ก็ยังลังเลอยู่ว่าจะเอาที่ไหนดี เพราะราคาก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน
อ้อ! เกือบลืมบอกไปเลย ตอนที่เราหาข้อมูลเรียนภาษาอังกฤษให้ลูกฟรีๆ เนี่ย ก็เคยเห็นโฆษณาของ 51Talk อยู่เหมือนกันนะ เค้าบอกว่ามีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์สำหรับเด็ก แต่ตอนนั้นเรายังเน้นเรียนฟรีอยู่ ก็เลยยังไม่ได้ลอง แต่ก็แอบเก็บไว้ในใจอยู่เหมือนกัน เผื่ออนาคตอยากจะลองให้ลูกเรียนดูบ้าง
อีกแบรนด์นึงที่เห็นบ่อยๆ ก็คือ 51Talk นี่แหละ แต่ก็อย่างว่า ตอนนั้นเรายังยึดมั่นในแนวทางฟรีอยู่ไง! แต่ก็ยอมรับว่าเห็นรีวิวเยอะเหมือนกันนะ ว่าเค้าสอนดี เด็กๆ ชอบเรียนกัน
แล้วก็เคยเห็นรีวิวของ 51Talk ใน Pantip เหมือนกันนะ เค้าบอกว่าครูสอนสนุก เด็กๆ ไม่เบื่อ แต่ก็ต้องลองดูเองถึงจะรู้ว่าดีจริงรึเปล่า
ช่วงนี้เราก็ยังคงให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษฟรีๆ ไปก่อน แต่ก็เริ่มมองหาคอร์สเรียนออนไลน์ที่มันตอบโจทย์ลูกเราจริงๆ จังๆ แล้วแหละ เพราะรู้สึกว่าการเรียนฟรีมันอาจจะไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่ แล้วก็อยากให้ลูกได้เรียนกับครูเจ้าของภาษาด้วย จะได้สำเนียงเป๊ะๆ ไปเลย
ที่สำคัญที่สุดคือ เราต้อง ให้กำลังใจ ลูกเสมอ ไม่ว่าเค้าจะพูดผิดพูดถูกยังไงก็ช่าง อย่าไปดุไปว่าเค้า ให้ชมเค้าเยอะๆ ให้เค้ารู้สึกว่าเค้าทำได้ดี แล้วเค้าก็จะอยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษต่อไปเรื่อยๆ
สรุปแล้ว การเรียนภาษาอังกฤษให้ลูกฟรีๆ เนี่ย มันก็ต้องใช้ความอดทนและความพยายามอย่างมาก แต่ถ้าเราตั้งใจจริง เราก็สามารถทำได้แน่นอน! แล้วก็อย่าลืมหาตัวช่วยดีๆ อย่างพวกแอปพลิเคชั่น หรือคอร์สเรียนออนไลน์ (ถ้ามีงบ) มาช่วยเสริมด้วย
แล้วก็อย่างที่บอกไป เราเคยเห็นโฆษณาของ 51Talk บ่อยมากกกก! จนจำได้ขึ้นใจเลย แต่ก็ยังไม่ได้ลองสักที เพราะตอนนี้ลูกยังสนุกกับการเรียนฟรีอยู่ แต่ถ้าวันไหนอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศ ก็อาจจะลองให้ลูกเรียนดูบ้าง
หวังว่าประสบการณ์ของเราจะเป็นประโยชน์กับพ่อแม่ทุกคนที่กำลังมองหาวิธีเรียนภาษาอังกฤษให้ลูกฟรีๆ นะคะ สู้ๆ ค่ะ!
แต่ถ้าสุดท้ายแล้วคิดว่าไม่ไหวจริงๆ การลงทุนกับคอร์สเรียนที่มีคุณภาพอย่าง 51Talk ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีก็ได้นะ ลองพิจารณาดูค่ะ!

