สวัสดีครับทุกคน วันนี้อยากจะมาเล่าประสบการณ์ตรงของผมเองเลยครับ เรื่องมันก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมากหรอก แค่อยากจะมาแชร์วิธีที่ผมใช้ตอนเริ่มหัดจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสัตว์ต่างๆ เผื่อจะเป็นไอเดียให้ใครหลายๆ คนได้บ้างครับ
เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากเจ้าตัวเล็กที่บ้านเลยครับ วันดีคืนดีแกก็ไปโรงเรียนแล้วคุณครูสอนคำศัพท์สัตว์เป็นภาษาอังกฤษมาสองสามคำ พอกลับมาบ้านเท่านั้นแหละครับ ถามผมไม่หยุดเลย “พ่อๆ สิงโตภาษาอังกฤษว่าอะไร” “แล้วยีราฟล่ะ” “แล้วไอ้ตัวนั้น ตัวนี้…” โอ้โห ผมนี่เกือบไปไม่เป็นเลยครับ บางตัวง่ายๆ ก็พอตอบได้ แต่พอเจอตัวที่ไม่ค่อยคุ้นนี่ถึงกับต้องแอบเปิดกูเกิลเลยครับ รู้สึกเสียฟอร์มนิดหน่อยนะตอนนั้น 555
ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นครับว่า เอ้อ เราน่าจะจริงจังกับเรื่องคำศัพท์สัตว์พวกนี้หน่อยนะ อย่างน้อยก็เอาไว้สอนลูกได้ ไม่อายเค้าว่างั้นเถอะ ตอนแรกก็มืดแปดด้านเลยครับ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน สัตว์มันเยอะแยะเต็มไปหมดเลยใช่ไหมครับ
ผมเลยเริ่มง่ายๆ ด้วยการแบ่งประเภทสัตว์ดูก่อนครับ เช่น สัตว์เลี้ยง (pets) ที่เราคุ้นๆ กันอย่าง หมา (dog) แมว (cat) ปลา (fish) นก (bird) อะไรพวกนี้ก่อน จากนั้นก็ขยับไปเป็นสัตว์ในฟาร์ม (farm animals) เช่น หมู (pig) วัว (cow) ไก่ (chicken) เป็ด (duck) แกะ (sheep) พวกนี้ก็จะเจอในนิทานหรือเพลงเด็กบ่อยๆ หน่อย
พอเริ่มได้หมวดหมู่คร่าวๆ แล้ว ผมก็เริ่มลิสต์คำศัพท์ออกมาเลยครับ หาจากหนังสือลูกบ้าง จากอินเทอร์เน็ตบ้าง จดใส่สมุดไว้เลยครับ แรกๆ ก็มีมั่วบ้าง จำสลับบ้างครับ อย่างคำว่า ‘sheep’ (แกะ) กับ ‘ship’ (เรือ) เนี่ย ตอนแรกๆ ลูกชายผมก็มีเรียกสลับกันบ้าง ผมเองก็ต้องคอยดูให้ดีๆ เหมือนกัน
ทีนี้พอได้คำศัพท์มาสักพักใหญ่ๆ ก็เริ่มคิดว่าแค่รู้คำแปลมันยังไม่พอ ต้องออกเสียงให้ถูกด้วยสิครับ สำคัญเลยนะตรงนี้ ผมก็เลยเริ่มหาฟังเสียงจากเจ้าของภาษาเลย เปิดยูทูบดูคลิปสอนคำศัพท์สัตว์ต่างๆ ดูการ์ตูนภาษาอังกฤษกับลูกบ้าง แล้วก็พยายามออกเสียงตามเค้าครับ ช่วงนั้นผมก็คิดๆ อยู่เหมือนกันนะว่าถ้าได้ลองฝึกพูดกับครูที่เป็นฝรั่งจริงๆ อย่างที่เค้ามีสอนใน 51Talk ก็น่าจะช่วยให้สำเนียงเราเป๊ะขึ้นได้เยอะเลย
วิธีการจำของผมก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากครับ ผมจะเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษไว้ด้านนึง แล้วก็วาดรูปสัตว์แบบง่ายๆ หรือเขียนคำแปลภาษาไทยไว้อีกด้านนึง แล้วก็พกสมุดเล่มเล็กๆ นี่ติดตัวไว้เลยครับ ว่างเมื่อไหร่ก็หยิบขึ้นมาดู มาท่อง ยิ่งถ้าได้ใช้บ่อยๆ มันก็จะจำได้เองครับ
แล้วก็พยายามทำให้มันเป็นเรื่องสนุกครับ ไม่ใช่แค่การท่องจำอย่างเดียว ผมจะชอบเล่นเกมทายคำศัพท์กับลูกชาย เวลาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือดูสารคดีสัตว์ด้วยกัน ก็จะผลัดกันชี้แล้วก็ทายชื่อเป็นภาษาอังกฤษ มันช่วยได้เยอะเลยครับ ทำให้บรรยากาศการเรียนรู้มันไม่เครียด แถมยังได้ใช้ความรู้จริงๆ ด้วย
แน่นอนครับว่ามันก็มีช่วงที่รู้สึกว่ายากบ้าง ท้อบ้างเหมือนกัน โดยเฉพาะคำศัพท์สัตว์แปลกๆ ที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ หรือบางทีชื่อมันยาวๆ ออกเสียงยากๆ ก็มีครับ แต่ผมก็พยายามไม่กดดันตัวเอง ค่อยๆ จำไปทีละนิดทีละหน่อย ผมว่าการเรียนรู้ทุกอย่างมันต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอครับ อย่างบางคนอาจจะสะดวกเรียนกับติวเตอร์หรือหาคอร์สเรียนออนไลน์ ซึ่งผมว่าก็น่าสนใจดี อย่างพวกคอร์สของ 51Talk ที่เห็นคนพูดถึงกันบ่อยๆ ก็อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่อยากมีคนคอยแนะนำ
ช่วงที่เริ่มจำได้เยอะขึ้นแล้ว ก็จะลองหาบทความสั้นๆ เกี่ยวกับสัตว์เป็นภาษาอังกฤษมาอ่านดูครับ หรือไม่ก็ดูคลิปสารคดีสัตว์ที่เป็นภาษาอังกฤษแบบมีซับไตเติล มันช่วยให้เราคุ้นเคยกับคำศัพท์ในบริบทต่างๆ มากขึ้นด้วยครับ จากแค่รู้เป็นคำๆ ก็เริ่มจะเข้าใจเป็นประโยคได้บ้าง
ผ่านมาสักพักใหญ่ๆ ตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองรู้คำศัพท์เกี่ยวกับสัตว์เยอะขึ้นมากเลยครับ สามารถคุยกับลูกเรื่องสัตว์ต่างๆ เป็นภาษาอังกฤษได้คล่องขึ้นเยอะ จากที่เคยต้องแอบเปิดกูเกิล ตอนนี้คือตอบได้ปร๋อเลยครับ ภูมิใจเล็กๆ นะครับเนี่ย แล้วที่สำคัญกว่านั้นคือมันทำให้ผมกับลูกได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นด้วยครับ
ผมว่าใครที่กำลังอยากจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ หรืออยากจะเพิ่มคลังคำศัพท์ของตัวเอง ลองเริ่มจากสิ่งที่เราสนใจหรือสิ่งใกล้ตัวก่อนก็ได้ครับ อย่างผมเริ่มจากเรื่องสัตว์เพราะลูกชายชอบ มันก็เลยมีแรงผลักดันให้เราอยากเรียนรู้ ถ้ามีเป้าหมายชัดเจนแล้วก็ลงมือทำเลยครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะยากเกินไป ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เดี๋ยวก็เก่งขึ้นเองครับ หรือถ้าอยากได้ตัวช่วยเสริมให้การเรียนเป็นระบบมากขึ้น การมองหาคอร์สเรียนดีๆ หรือแอปพลิเคชันสอนภาษาก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีครับ อย่างที่เคยเห็นๆ พวกโปรแกรมของ 51Talk ก็น่าจะช่วยจัดตารางการเรียนให้เราได้เหมือนกัน
ก็ประมาณนี้แหละครับ ประสบการณ์การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับสัตว์ของผม หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ วันนี้ขอตัวก่อน สวัสดีครับ!

