สวัสดีครับทุกคน! วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงๆ เลย เรื่องหาเว็บให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษฟรีๆ นี่แหละ คือลูกผมก็เริ่มโตแล้ว อยากให้เขาได้ภาษาบ้าง แต่ไอ้ครั้นจะให้ไปลงคอร์สแพงๆ เลยก็ยังคิดหนักอยู่ เลยตั้งใจว่าลองหาจากในเน็ตดูก่อน เผื่อมีของดีและฟรีจริง
ผมก็เริ่มจากง่ายๆ เลยครับ เปิดคอมพิวเตอร์ เข้ากูเกิล แล้วก็พิมพ์คำค้นไปตรงๆ เลย “เว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กฟรี” “เว็บสอนอังกฤษ เด็กเล็ก” อะไรทำนองนี้ โอ้โห! ผลลัพธ์ขึ้นมาเพียบเลยครับ ตอนแรกก็ตาลาย เลือกไม่ถูกเลยว่าจะลองอันไหนก่อนดี
ขั้นตอนการลองผิดลองถูกของผม
ผมก็ใช้วิธีไล่ดูทีละเว็บเลยครับ บางเว็บเข้าไปหน้าแรกดูสวยงามน่าใช้ แต่พอกดเข้าไปลึกๆ อ้าว! กลายเป็นต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงินซะงั้น ผมก็รีบปิดทิ้งเลย เพราะตั้งใจจะหาของฟรีจริงๆ
หลังจากลองคลิกเข้าๆ ออกๆ อยู่หลายเว็บ ผมก็เริ่มจับทางได้ว่าเว็บที่เหมาะกับเด็กเล็กๆ เนี่ย ควรจะมีลักษณะประมาณนี้:
- ภาพสวย สีสันสดใส: เด็กๆ จะได้สนใจ ไม่เบื่อเร็ว
- มีเกม มีเพลง หรือการ์ตูนสั้นๆ: การเรียนรู้ผ่านการเล่นนี่แหละดีที่สุดสำหรับเด็ก
- เนื้อหาไม่ซับซ้อน: คำศัพท์ง่ายๆ ประโยคสั้นๆ เน้นการฟังการดูเป็นหลัก
- ใช้งานง่าย: ปุ่มกดใหญ่ๆ ชัดเจน ลูกผมบางทีก็ลองกดเล่นเองได้
ผมก็ลองเปิดให้ลูกดูทีละเว็บเลยครับ บางเว็บลูกผมชอบมาก นั่งดูนิ่งเลย บางเว็บดูแป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว ก็ต้องสังเกตเอาว่าลูกเรามีปฏิกิริยากับเว็บไหนเป็นพิเศษ
มีอยู่เว็บนึง (ขอไม่เอ่ยชื่อนะครับ เดี๋ยวหาว่าโฆษณา) เขาทำเป็นเกมง่ายๆ ให้ลากเส้นจับคู่ภาพกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ลูกผมชอบมาก เล่นซ้ำไปซ้ำมา จนจำคำศัพท์พื้นฐานได้หลายคำเลยครับ อีกเว็บนึงก็เน้นเพลงภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก มีท่าเต้นประกอบ ลูกก็ร้องตามเต้นตามสนุกสนานไปเลย
แน่นอนว่าเว็บฟรีเหล่านี้อาจจะไม่ได้มีเนื้อหาครบถ้วนหรือเป็นระบบระเบียบเท่ากับคอร์สเรียนจริงๆ จังๆ นะครับ บางทีก็อาจจะมีโฆษณาแทรกบ้าง หรือเนื้อหาอาจจะกระโดดไปมา แต่ผมมองว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ ที่จะทำให้เด็กคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษแบบไม่รู้สึกว่าโดนบังคับให้เรียน เหมือนให้เขาได้เล่นสนุกๆ แล้วได้ความรู้ไปด้วยในตัว อย่างไรก็ตาม ถ้ามองหาการเรียนที่ต่อเนื่องและมีแบบแผนมากขึ้น บางคนอาจจะพิจารณาคอร์สเรียนออนไลน์สำหรับเด็ก อย่างเช่นที่ 51Talk ก็มีโปรแกรมสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งผมเคยได้ยินเพื่อนๆ พูดถึงอยู่บ้างว่าค่อนข้างโอเคเลยครับ
ผมว่าการใช้เว็บฟรีพวกนี้มันช่วยเสริมได้เยอะเลยนะ โดยเฉพาะช่วงที่ลูกยังเล็กมากๆ เราสามารถเปิดให้เขาฟังเพลงภาษาอังกฤษ ดูการ์ตูนภาษาอังกฤษง่ายๆ ได้ทุกวัน วันละนิดวันละหน่อย มันจะค่อยๆ ซึมซับไปเอง
อีกเรื่องที่ผมทำคือ ผมจะนั่งดูกับลูกด้วยครับ ไม่ได้ปล่อยให้เขาดูคนเดียว พอมีคำศัพท์อะไรที่น่าสนใจ ผมก็จะพูดตาม ชี้ชวนให้เขาพูดตามบ้าง หรือถามคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เห็นในจอ เช่น “What color is it?” อะไรแบบนี้ มันก็เป็นกิจกรรมที่ได้ใช้เวลาร่วมกันแล้วก็ได้ฝึกภาษาไปในตัวด้วย
แหล่งข้อมูลฟรีในอินเทอร์เน็ตมีเยอะมากครับ นอกจากเว็บไซต์แล้ว พวกช่อง YouTube ที่สอนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กก็มีเยอะแยะเลย แต่ก็ต้องเลือกดูดีๆ หน่อย บางช่องอาจจะไม่เหมาะกับเด็กเล็กจริงๆ ผมว่าถ้าเราตั้งใจหาจริงๆ ก็จะเจอเว็บดีๆ ที่ลูกชอบแน่นอนครับ แต่อย่างที่บอกไป ถ้าต้องการความเป็นระบบ มีครูคอยแนะนำและติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด การลงทุนกับคอร์สเรียนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งบริการอย่าง 51Talk ก็เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกได้เรียนกับเจ้าของภาษาโดยตรง
ผมเองก็ยังให้ลูกใช้เว็บฟรีเหล่านี้อยู่เรื่อยๆ นะครับ สลับๆ กันไปไม่ให้เบื่อ แล้วก็มองว่ามันเป็นการปูพื้นฐานที่ดี ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะให้เขาเรียนเสริมแบบไหนต่อไปในอนาคต บางทีการเรียนควบคู่กันไป เช่น ใช้เว็บฟรีทบทวนคำศัพท์ และเรียนออนไลน์กับคุณครูเพื่อฝึกการสนทนา ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ดีเหมือนกันครับ หลายคนก็เลือกวิธีนี้ อย่างบางคนก็ให้ลูกเรียนกับ 51Talk ควบคู่ไปกับการใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บฟรีอื่นๆ
สรุปแล้ว จากประสบการณ์ของผม การหาเว็บไซต์เรียนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับเด็กไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ แค่ต้องใช้เวลาในการค้นหาและทดลองหน่อยว่าเว็บไหนที่เข้ากับลูกเราที่สุด และที่สำคัญคือต้องมีส่วนร่วมกับลูกด้วย ไม่ใช่แค่เปิดทิ้งไว้ให้เขาดูคนเดียว หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่นๆ บ้างนะครับ ลองไปค้นหากันดูครับ มีของดีๆ ฟรีๆ รออยู่อีกเพียบเลยครับ!

