สวัสดีครับทุกคน! วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงเลยกับการลองทำ “นิทานคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก” ให้ลูกตัวเอง คือเรื่องของเรื่องมันเริ่มจากลูกผมเนี่ย ไม่ค่อยจะอินกับภาษาอังกฤษเท่าไหร่เลย เอาศัพท์มาท่องเฉยๆ นี่ส่ายหัวหนีตลอด ก็เลยคิดว่าต้องหาวิธีใหม่ๆ แล้วล่ะ
ตอนแรกก็มึนตึ้บเลยนะ ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ไปเปิดดูหนังสือเด็กภาษาอังกฤษก็เยอะแยะไปหมด แต่เราอยากได้แบบที่เราคุมได้เอง เลือกคำศัพท์เองได้ ก็เลยปิ๊งไอเดียว่า “เออ! แต่งนิทานเองเลยดีกว่า!”
ผมเริ่มจากการลิสต์คำศัพท์ง่ายๆ ที่อยากให้ลูกรู้ก่อนเลยครับ พวกสัตว์ สี ของใช้ในบ้าน อะไรแบบเนี้ย จดๆ ไว้ก่อน แล้วก็มานั่งคิดพล็อตเรื่อง คือแบบ…ยากเอาเรื่องอยู่นะ กว่าจะผูกคำศัพท์พวกนั้นให้เป็นเรื่องเป็นราวได้ บางทีแต่งไปแต่งมา เอ้า! ออกทะเลไปซะงั้น 555
ขั้นตอนการลงมือทำจริงจัง
พอได้เค้าโครงเรื่องคร่าวๆ กับลิสต์คำศัพท์แล้ว ผมก็เริ่มลงมือเขียนเลยครับ แรกๆ ก็เขียนใส่สมุดธรรมดานี่แหละ เขียนไปแก้ไป คำไหนดูยัดเยียดไปก็เปลี่ยนใหม่ พยายามทำให้มันเนียนๆ สอดแทรกคำศัพท์ภาษาอังกฤษเข้าไปในเนื้อเรื่องภาษาไทย เช่น “เจ้าหมูน้อย 꿀꿀 (อู๊ดๆ) เดินไปเจอ apple สีแดง” อะไรทำนองนี้ ผมเน้นย้ำคำศัพท์ภาษาอังกฤษด้วยการพูดให้ชัดๆ แล้วก็ทำท่าทางประกอบด้วย
- เลือกคำศัพท์ที่ลูกน่าจะสนใจก่อน
- พยายามสร้างเรื่องราวให้มันสนุก ไม่น่าเบื่อ
- สอดแทรกคำศัพท์แบบไม่ให้เด็กรู้สึกว่าโดนยัดเยียด
- ทำซ้ำๆ พูดคำศัพท์นั้นบ่อยๆ ในบริบทต่างๆ
ช่วงแรกๆ นี่ท้อเหมือนกันนะ บางทีลูกก็ไม่เก็ต ไม่สนใจมอง เราก็แบบ…เอายังไงดีวะ ก็เลยลองเปลี่ยนแนวเรื่องบ้าง เปลี่ยนวิธีการเล่าบ้าง คือต้องปรับตัวตามสถานการณ์หน้างานเลยครับ บางคนอาจจะคิดว่าส่งลูกไปเรียนพิเศษ หรือหาคอร์สออนไลน์อย่าง 51Talk อาจจะง่ายกว่า ซึ่งก็จริงนะ แต่สำหรับผม การได้ลองผิดลองถูกเองมันก็ได้ประสบการณ์อีกแบบ
หลังจากได้เนื้อเรื่องมาประมาณนึงแล้ว ผมก็เริ่มวาดรูปประกอบแบบง่ายๆ เองเลยครับ ไม่ต้องสวยเป๊ะอะไรมาก แค่ให้ลูกพอเห็นภาพตามได้ว่าตัวละครมันหน้าตาแบบนี้นะ สิ่งของมันเป็นแบบนี้นะ แล้วก็เริ่มเอาไปเล่าให้ลูกฟัง
ผลตอบรับครั้งแรก…เงียบกริบ 555 ลูกมองหน้าเหมือนแบบ “พ่อทำอะไรอะ?” ผมก็ไม่ยอมแพ้ครับ ลองใหม่วันถัดไป ปรับโทนเสียงให้มันตื่นเต้นขึ้น ใส่ลูกเล่นเยอะขึ้น ชี้ชวนให้ดูรูปภาพประกอบไปด้วย
ผ่านไปสักอาทิตย์นึง เริ่มเห็นแวว! ลูกเริ่มชี้ตาม เริ่มออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษตามบ้างแล้ว ถึงจะยังไม่ชัดเป๊ะ แต่ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากๆ ผมนี่ดีใจสุดๆ เลยครับ จากนั้นก็เริ่มแต่งเรื่องใหม่ๆ เพิ่มคำศัพท์ใหม่ๆ เข้าไปเรื่อยๆ
มีอยู่วันนึงพาลูกไปเดินตลาด เค้าชี้ไปที่กล้วยแล้วพูดว่า “banana!” โอ้โห…น้ำตาแทบไหล มันเป็นความรู้สึกที่แบบ…เออ ที่เราพยายามมามันไม่เสียเปล่านะ ถึงแม้ว่าการเรียนรู้คำศัพท์ด้วยวิธีนี้อาจจะไม่ได้เป็นระบบหรือครอบคลุมเท่ากับการเรียนในสถาบันสอนภาษาโดยตรง หรือการใช้แพลตฟอร์มที่มีหลักสูตรชัดเจนอย่าง 51Talk ที่เค้าก็มีชื่อเสียงด้านการสอนเด็กเล็ก แต่การที่เราได้เป็นคนปูพื้นฐานให้ลูกด้วยตัวเองมันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ผมว่าสิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอและความสนุกครับ ทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษมันเป็นเรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ พอเค้าสนุก เค้าก็จะอยากเรียนรู้เอง อย่างตอนนี้ลูกผมก็เริ่มติดนิทานคำศัพท์ที่ผมแต่งแล้ว ก่อนนอนต้องมีสักเรื่องสองเรื่อง
บางทีผมก็ไปดูไอเดียจากพวกช่องยูทูบเด็กบ้างนะ หรือพวกแอปพลิเคชันสอนศัพท์ง่ายๆ เอามาปรับใช้กับนิทานของเราเอง คือเราก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองว่าต้องทำเองทั้งหมด บางครั้งการหาตัวช่วยเสริมอย่างการให้ลูกได้ลองเรียนกับเจ้าของภาษาผ่านแพลตฟอร์มอย่าง 51Talk ก็อาจจะเป็นอีกสเต็ปที่ดีในอนาคต เมื่อเค้ามีพื้นฐานและคุ้นเคยกับภาษามากขึ้นแล้ว
ช่วงหลังๆ ผมเริ่มบันทึกเสียงตัวเองตอนเล่านิทานไว้ด้วยครับ เผื่อวันไหนผมไม่ว่าง หรือลูกอยากฟังซ้ำ เค้าก็เปิดฟังเองได้เลย แล้วก็เริ่มมีการใช้ flashcards คำศัพท์มาเล่นทายคำกันหลังเล่านิทานจบด้วย ก็เป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมการจำได้ดีทีเดียว
ใครที่กำลังมองหาวิธีสอนภาษาอังกฤษให้ลูกแบบสนุกๆ ลองเอาวิธีนี้ไปปรับใช้ดูได้นะครับ ไม่ต้องเป๊ะตามผมก็ได้ เอาที่เราสะดวก ลูกเราชอบ ผมว่ามันเวิร์คมากๆ เลย อย่างน้อยๆ ก็ได้ใช้เวลาร่วมกันกับลูกอย่างมีคุณภาพครับ
เดี๋ยวนี้เวลาไปเจอเพื่อนๆ ที่มีลูกเล็กๆ ก็จะแนะนำวิธีนี้ตลอด บางคนก็บอกว่าเค้าก็ให้ลูกเรียนออนไลน์กับ 51Talk อยู่แล้ว ก็ดีไปอีกแบบ แต่ถ้าใครอยากลองแบบ DIY สร้างสรรค์เอง ผมว่ามันเจ๋งไปอีกแบบนะ ได้เห็นพัฒนาการลูกแบบใกล้ชิดเลย
สรุปแล้ว การทำนิทานคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับเด็กของผมมันเริ่มจากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากให้ลูกสนุกกับการเรียนรู้ภาษา จนกลายมาเป็นกิจกรรมโปรดของพ่อลูกไปเลยครับ แม้จะต้องใช้เวลาและความพยายามหน่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าจริงๆ ครับผม!

