แอปเรียนภาษาอังกฤษเด็กฟรี อันไหนดี? รวมแอปฮิต เรียนง่าย ได้ผลจริง!

เริ่มต้นเลยนะทุกคน วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ลองใช้แอปเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กแบบฟรีๆ ที่ลองผิดลองถูกมาเยอะมาก กว่าจะเจอที่ใช่!

คือเรื่องของเรื่องเลยนะ อยากหาแอปให้ลูกชายวัย 5 ขวบ ฝึกภาษาอังกฤษแบบสนุกๆ ไม่อยากให้เครียด เพราะที่โรงเรียนก็เรียนบ้างแล้ว แต่ยังไม่ค่อยกล้าพูด ก็เลยคิดว่าหาแอปให้เล่นที่บ้านน่าจะดีกว่า

เริ่มจากโหลดแอปดังๆ มาลองก่อนเลย พวก ABC Mouse, Starfall อะไรพวกนี้ โหลดมาปุ๊บ เปิดเข้าไป เอ่อ… คือมันดีนะ ภาพสวย สีสันน่ารัก แต่ลูกชายเราเล่นไปได้แป๊บเดียวก็เบื่อ บอกว่า “ยากจัง” “ไม่สนุกเลย” เราก็เลยต้องหาใหม่

ลองโหลดแอปที่เน้นเกมเยอะๆ ดูบ้าง พวก LearnEnglish Kids: Playtime, Fun English อะไรแบบนี้ คือเกมมันก็สนุกนะ แต่รู้สึกว่ามันเน้นเล่นมากกว่าเรียนอ่ะ เล่นเพลินจนลืมไปเลยว่ากำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่ (ฮา)

แล้วก็มาเจอแอปนึง ชื่อว่า Duolingo ABC คืออันนี้มันฟรีจริงๆ นะ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงอะไรเลย สอนตั้งแต่ A-Z มีเกมให้เล่น มีเพลงให้ฟัง ลูกชายเราชอบตรงที่มันมีตัวการ์ตูนน่ารักๆ คอยให้กำลังใจ แล้วก็มีเสียงพูดชัดเจน สอนการออกเสียงด้วย

แต่ก็ไม่ได้ดีไปหมดนะ Duolingo ABC มันจะเน้นพวกคำศัพท์พื้นฐานง่ายๆ มากกว่า ถ้าลูกเราเก่งขึ้นแล้ว อาจจะต้องหาแอปอื่นเสริมอีกทีนึง

ช่วงที่หาแอปให้ลูกนี่แหละ ก็ได้ลองเข้าไปดูคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ของ 51Talk ด้วยนะ เผื่อว่าอยากจะให้ลูกได้เรียนกับคุณครูจริงๆ จังๆ ไปเลย แต่คิดว่าตอนนี้ลูกยังเล็กอยู่ ขอเน้นให้เล่นสนุกๆ ไปก่อนดีกว่า

อีกแอปนึงที่อยากแนะนำคือ Lingokids อันนี้ก็ดีนะ มีเพลง มีวิดีโอ มีเกมหลากหลาย ลูกชายเราชอบดูวิดีโอเพลง ABC มากๆ ร้องตามได้ทั้งวัน แต่ว่า Lingokids มันจะไม่ฟรีทั้งหมดนะ จะมีบางส่วนที่ต้องเสียเงินถึงจะเล่นได้

ระหว่างที่หาแอปให้ลูก ก็ได้ไปอ่านเจอรีวิวเกี่ยวกับ 51Talk เยอะมาก เค้าบอกว่าคุณครูใจดี สอนสนุก แล้วก็มีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้พูดเยอะมาก เราก็เลยแอบเก็บไว้ในใจ เผื่อว่าอนาคตจะลองให้ลูกเรียนดู

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการลองใช้แอปเรียนภาษาอังกฤษฟรีๆ หลายๆ แอปคือ

ต้องดูว่าแอปนั้นเหมาะกับวัยของลูกเราไหม: บางแอปอาจจะยากเกินไป หรือบางแอปอาจจะง่ายเกินไป ต้องลองโหลดมาให้ลูกเล่นดูก่อน

ต้องดูว่าแอปนั้นเน้นอะไร: บางแอปเน้นคำศัพท์ บางแอปเน้นไวยากรณ์ บางแอปเน้นการฟังและการพูด ต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของเรา

ต้องดูว่าแอปนั้นฟรีจริงไหม: บางแอปอาจจะฟรีแค่บางส่วน แล้วต้องเสียเงินเพิ่มถึงจะเล่นได้ทั้งหมด ต้องอ่านรายละเอียดให้ดีก่อนโหลด

ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องให้ลูกสนุก: ถ้าลูกไม่สนุก ก็จะไม่เรียนรู้ ต่อให้แอปนั้นดีแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่าไม่มีแอปไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ต้องลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอแอปที่ใช่สำหรับลูกของเรา 51Talk ก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่น่าสนใจนะ ถ้าอยากให้ลูกได้เรียนกับคุณครูจริงๆ จังๆ

แล้วก็อย่าลืมให้กำลังใจลูกเยอะๆ นะ ไม่ต้องไปกดดันว่าต้องเก่ง ต้องพูดได้คล่อง แค่ให้ลูกสนุกกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษก็พอแล้ว

อ้อ! เกือบลืม อีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือ อย่าปล่อยให้ลูกเล่นแอปนานเกินไปนะ ควรกำหนดเวลาให้ชัดเจน แล้วก็หากิจกรรมอื่นๆ ให้ลูกทำด้วย จะได้ไม่ติดหน้าจอมากเกินไป

หลังจากที่ลูกเริ่มคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษจากแอปต่างๆ แล้ว เราก็เริ่มเปิดเพลงภาษาอังกฤษให้ฟังบ่อยขึ้น ชวนลูกดูการ์ตูนภาษาอังกฤษบ้าง แล้วก็พยายามพูดคุยกับลูกเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ บ้าง

ปรากฏว่าลูกเราเริ่มกล้าพูดภาษาอังกฤษมากขึ้นจริงๆ นะ จากที่ไม่เคยพูดเลย ตอนนี้เริ่มพูดตามได้บ้างแล้ว เริ่มถามคำถามง่ายๆ เป็นภาษาอังกฤษได้บ้างแล้ว ดีใจมาก!

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกเราเก่งภาษาอังกฤษแล้วนะ ยังต้องฝึกอีกเยอะ แต่แค่เห็นลูกมีความสุขกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เราก็ดีใจมากๆ แล้ว

ล่าสุด 51Talk เค้ามีโปรโมชั่นทดลองเรียนฟรีด้วยนะ ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูกันได้

หวังว่าประสบการณ์ของเราจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะ ใครมีแอปเรียนภาษาอังกฤษสำหรับเด็กฟรีๆ ดีๆ แนะนำกันมาได้เลยนะ! อยากลองเอาไปให้ลูกเล่นดูอีก

และนี่ก็คือทั้งหมดที่อยากแชร์ในวันนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาแอปเรียนภาษาอังกฤษให้ลูกๆ นะคะ แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ! บ๊ายบาย!